影片說明
อาจารย์สุชาญ ศีลอำนวย เลขาธิการมูลนิธิเอ็มโอเอไทย ผู้ขับเคลื่อนงานด้านเกษตรธรรมชาติ เชื่อว่า “อาหารที่ดี” ไม่ใช่แค่เรื่องของการกินให้อิ่ม แต่คือรากฐานสำคัญของสุขภาพ ชีวิต และอนาคตของผู้คน
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนบ้านเขาหมูมัน อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี โรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนเพียงประมาณ 40–50 คน ด้วยจำนวนเด็กที่น้อย โรงเรียนจึงกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงที่อาจถูกยุบ รวมถึงต้องเผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณ โดยเฉพาะค่าอาหารกลางวันที่เด็กแต่ละคนได้รับเพียงประมาณ 19–20 บาทต่อวัน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการจัดอาหารที่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ
คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า… จะทำอย่างไรให้เด็กๆ ได้กินอาหารที่ครบ 5 หมู่ ปลอดภัย และเพียงพอ ภายใต้งบประมาณที่จำกัดเช่นนี้
ทางออกที่อาจารย์สุชาญมองเห็น คือ “การปลูกเอง”
ด้วยความเชี่ยวชาญด้านอาหารปลอดภัยและเกษตรธรรมชาติ อาจารย์สุชาญจึงเริ่มวางแผนร่วมกับโรงเรียน พูดคุยกับครูผู้รับผิดชอบ และชวนเด็กๆ เข้ามาเรียนรู้การปลูกผักตามระบบที่ออกแบบไว้ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่มีผักปลอดภัยสำหรับประกอบอาหารกลางวัน แต่ยังช่วยลดต้นทุนของโรงเรียนอย่างเห็นได้ชัด
ครูปู ผู้รับผิดชอบโครงการอาหารกลางวัน เล่าว่า ก่อนนำโมเดลนี้มาใช้ เด็กหลายคนมีปัญหาน้ำหนักและส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์ แต่เมื่อโรงเรียนเริ่มใช้แนวทางเกษตรธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบอาหาร สุขภาพของเด็กๆ ดีขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งยังช่วยลดต้นทุนในการจัดการอาหาร ลดการพึ่งพาสารเคมี และลดความเสี่ยงจากเชื้อโรค
เมื่อผลผลิตจากแปลงเกษตรธรรมชาติมีมากพอ งบประมาณที่เคยใช้กับอาหารกลางวันก็สามารถนำไปต่อยอดเป็นอาหารเช้าและอาหารเย็นให้เด็กๆ ได้ครบสามมื้อ จากเดิมที่งบประมาณไม่เพียงพอ กลายเป็นระบบอาหารที่ดูแลเด็กได้มากกว่าเดิม
สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ส่วนหนึ่งจากการสนับสนุนของ สสส. ที่เข้ามาช่วยผลักดันโครงการอาหารปลอดภัย ทำให้โรงเรียนมีทรัพยากรในการขับเคลื่อนระบบอาหารที่ปลอดภัยและยั่งยืนมากขึ้น
วันนี้โรงเรียนบ้านเขาหมูมันจึงไม่ได้เป็นเพียงโรงเรียนเล็กๆ ในต่างจังหวัดอีกต่อไป แต่กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านอาหารปลอดภัยให้กับผู้คนอีกมากมาย
เบื้องหลังความตั้งใจของอาจารย์สุชาญ เริ่มต้นจากประสบการณ์ชีวิตของตัวเอง อาจารย์เล่าว่า ตั้งแต่เด็กเป็นคนเจ็บป่วยบ่อย จึงพยายามค้นหาวิธีดูแลสุขภาพ จนได้พบกับแนวทางของมูลนิธิเอ็มโอเอไทย ที่ส่งเสริมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยเฉพาะแนวคิด “อาหารเป็นยา” ผ่านวิถีเกษตรธรรมชาติ
เมื่ออาจารย์ปรับเปลี่ยนวิธีการกินและหันมาดูแลสุขภาพผ่านอาหาร จนร่างกายแข็งแรงขึ้น จึงเกิดความตั้งใจอยากส่งต่อสุขภาพที่ดีนี้ไปยังคนอื่นๆ ด้วย
การได้มาพบกับโรงเรียนบ้านเขาหมูมันก็เกิดขึ้นจากโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. มูลนิธิเอ็มโอเอไทยได้จัดอบรมด้านเกษตรธรรมชาติ และครูจากโรงเรียนบ้านเขาหมูมันได้เข้าร่วมโครงการ ระหว่างการอบรม ครูได้เข้ามาปรึกษาเรื่องอาหารปลอดภัยในโรงเรียน จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่อาจารย์สุชาญเข้าไปช่วยพัฒนาระบบปลูกผัก ผลไม้ และวัตถุดิบสำหรับอาหารกลางวันของเด็กๆ
แนวคิดเกษตรธรรมชาติที่อาจารย์สุชาญขับเคลื่อน มีความแตกต่างจากเกษตรอินทรีย์ โดยเกษตรธรรมชาติจะเน้นการฟื้นฟูโครงสร้างดิน ทำให้ดินร่วนซุย อ่อนนุ่ม เปิดโอกาสให้รากพืชเจริญเติบโตและดึงอาหารจากธรรมชาติได้ด้วยตัวเอง ขณะที่เกษตรอินทรีย์มักเน้นการเติมธาตุอาหารผ่านอินทรีย์วัตถุ เช่น ปุ๋ยหมัก มูลสัตว์ หรือสารหมักต่างๆ
ด้วยวิธีคิดที่ “ใช้ธรรมชาติดูแลธรรมชาติ” ทำให้ลดต้นทุนการผลิตได้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องซื้อวัตถุดิบจำนวนมาก ผลผลิตจึงเพิ่มขึ้นและเพียงพอที่จะขยายจากอาหารกลางวัน ไปสู่อาหารเย็นสำหรับเด็กบางคนที่อาจยังได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน
โครงการนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในโรงเรียน เพราะครูและอาจารย์สุชาญมองว่า อาหารสุขภาพควรขยายไปถึงครอบครัวและชุมชน จึงมีการจัดอบรมให้กับครู ผู้ปกครอง และคนในพื้นที่ ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. เพื่อให้ชุมชนสามารถเข้าถึงอาหารปลอดภัยได้มากขึ้น รวมถึงขยายองค์ความรู้ไปยังโรงพยาบาล เพราะผู้ป่วยเองก็จำเป็นต้องได้รับอาหารที่ปลอดภัยเช่นกัน
ความรู้เรื่องการปรับโครงสร้างดินที่ใช้อยู่ในโครงการนี้ ได้รับการถ่ายทอดมาจากแนวคิดของท่านมูกิจิ โอกาดะ ผู้ก่อตั้งแนวทางที่เน้นการเรียนรู้จากป่าและธรรมชาติ ใช้กลไกธรรมชาติ เช่น ใบไม้และวัสดุธรรมชาติ มาช่วยฟื้นฟูดินให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้สะท้อนแค่ตัวเลขต้นทุนที่ลดลง แต่ยังสะท้อนผ่านชีวิตของคนในชุมชน เด็กๆ นำอาหารกลับบ้านในปิ่นโตแบ่งปันให้ผู้ปกครอง หลายครอบครัวเริ่มสนใจปลูกผักแบบเกษตรธรรมชาติ สุขภาพของคนในชุมชนก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
เป้าหมายต่อไปของอาจารย์สุชาญ คือการทำให้ทุกคนเข้าถึงอาหารสุขภาพได้ เพราะอาหารปลอดภัยจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีแหล่งผลิตที่เพียงพอ มูลนิธิจึงตั้งใจขยายองค์ความรู้ด้านเกษตรธรรมชาติไปสู่เกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อสร้างแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยและส่งต่อสุขภาพที่ดีให้กับคนไทย
ส่วนความฝันของอาจารย์ในวันนี้ คืออยากเห็นโรงเรียนบ้านเขาหมูมันสามารถปลูกพืชผักได้ตลอดทั้งปี ปัญหาสำคัญที่ยังต้องเผชิญคือภัยแล้งและปริมาณน้ำที่ไม่เพียงพอ อาจารย์จึงอยากหาทุนสำหรับขุดเจาะบ่อบาดาล สร้างแหล่งน้ำให้กับโรงเรียน เพื่อให้เด็กๆ มีน้ำใช้ในการปลูกผัก มีอาหารกลางวันที่เพียงพอ และให้พื้นที่เล็กๆ แห่งนี้สามารถเป็นต้นแบบอาหารปลอดภัยที่หล่อเลี้ยงทั้งโรงเรียนและชุมชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป.
เวทีสร้างแรงบันดาลใจ จากอัจฉริยะทุกวัย
The Stage of Inspiration from The Genius of All Ages.
รายการวาไรตี้สำหรับทุกคนในครอบครัว
เวทีสร้างฝันและส่งต่อแรงบันดาลใจ ที่เปิดโอกาสให้กับอัจฉริยะทุกวัย
Super 100 อัจฉริยะเกินร้อย ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.45 - 18.00 น.
ติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/Super100tv/
#super100 #เราสามคนให้ผ่าน